อยากหน้าตึง แต่ไม่อยากผ่าตัด ต้องทำอย่างไร

 

หน้าตึง
หน้าตึง

รอยเหี่ยวย่น เป็นอีกปัญหาที่ไม่ใช่เป็นเพราะผู้ที่เริ่มมีอายุเท่านั้น เพราะสาวๆ หลายคนก็เริ่มสังเกตเห็นปัญหานี้ของตัวเอง ซึ่งวิธีการจะทำให้หน้าตึงในแบบฉบับของสาวยุคใหม่ ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดอีกต่อไป เพราะมี 3 วิธีที่ทำให้หน้าตึงเป๊ะได้แบบไม่ต้องขึ้นเขียงผ่าตัด

  1. ฟิลเลอร์ เป็นสารที่สามารถเสริมและเติมเต็มในชั้นผิวหนังได้ ลดปัญหาริ้วรอยร่องลึก บริเวณต่างๆ ทั่วใบหน้า ไม่ว่าจะเป็น หน้าผาก รอบดวงตา ริ้วรอยมุมปาก ร่องแก้ม รอยย่นบริเวณลำคอ หลังมือ รวมทั้งสามารถปรับแต่งรูปหน้าได้อีกด้วย แต่ผลการฉีดจะอยู่ได้ 6-12 เดือนเท่านั้น
  2. โบท็อกซ์ เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ในสมัยก่อนใช้กันในทางการรักษา แต่ปัจจุบัน สารโบท็อกซ์ได้เปลี่ยนบทบาทมาเป็นเพื่อความสวยความงามซะมากกว่า ซึ่งโบท็อกซ์ทำงานด้วยหลักการคือฉีดตรงไหน ก็จะเข้าไปคลายกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ช่วยลดเรือนริ้วรอยเหี่ยวย่นได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะบริเวณใบหน้า หรือบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย แถมยังสามารถปรับรูปหน้าจากกรามใหญ่ ให้เรียวสวยได้ ปรับขาที่ใหญ่ ให้เล็กลงได้ แต่มีผลการรักษาอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน และสามารถฉีดซ้ำได้เรื่อยๆ
  3. ร้อยไหม เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยยกกระชับใบหน้าได้ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไหมที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นไหมละลาย เมื่อแพทย์ฉีดเข้าไปตรงจุดที่เราต้องการให้กระชับ ตัวไหมจะเข้าไปดึงล็อคเนื้อเยื่อที่ชั้นใต้ผิวหนัง จึงทำให้หน้าดูตึงและสามารถปรับโครงสร้างใบหน้าได้ด้วย แต่หลังจากเรารอยไหม ร่างกายจะค่อยๆ กำจัดไหมออกไปภายใน 6 เดือน จากนั้นร่างกายจะกระตุ้นเซลให้สร้างคอลลาเจนพันรอบแนวไหม จึงทำให้ผิวหน้าดูเต่งตึงต่อไปได้ เหมือนเป็นการฟื้นฟูสภาพผิวไปในตัวด้วย

สะดวกแบบไหนก็ลองเดินเข้าไปปรึกษาแพทย์ แล้วมอบความสวยความสาวและใบหน้าทีเต่งตึงให้แก่ตัวเองเลยค่ะ

 

สวยด้วยไขมันตัวเองมีอยู่จริง

Fat Grafting
Fat Grafting

การนำเอาไขมันในร่ายกายที่เราไม่ต้องการมาใช้ให้เกิดประโยชน์มาอยู่จริงหรือ สาวๆ หลายคนอาจจะคิดว่า ความคิดเพ้อฝันอันนี้สามารถทำได้จริงหรือ บอกตรงนี้เลยว่า จริง ซึ่งการฉีดไขมันตัวเองเข้าไปเติมเต็มใส่ส่วนที่ต้องการนั้นเรียกว่า การทำ Fat Grafting นั้นเอง

Fat Grafting เป็นเทคนิคใหม่ทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ทำเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการดูดเอาไขมันในส่วนที่ไม่ต้องการใหม่มี ไม่ว่าจะเป็น หน้าท้อง สะโพก ต้นขา ออกมา แล้วนำไปปั่นเพื่อแยกเอาไขมันที่ดีที่สุดออกมา จากนั้นจะทำการฉีดกลับเข้าไปในตำแหน่งใหม่ที่เราต้องการ ซึ่งขั้นตอนการฉีดกลับเข้าไปจะเรียกว่าการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ เป็นการย้ายเซลล์ไขมันจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง โดยใช้เข็มขนาดเล็ก และต้องฉีดในปริมาณน้อยๆ แต่ต้องกระจายไปทั่วทุกชั้นของเนื้อเยื่อ ให้ไขมันที่ฉีดเข้าไปสัมผัสกับเนื้อเยื่อภายในของเราให้มากที่สุดเพื่อให้เซลล์ไขมันเหล่านั้นมีเลือดมาเลี้ยงและมีชีวิตอยู่รอดได้นั้นเอง ดังนั้นการฉีดไขมันเข้าไปมากๆ อาจไม่ได้ผลตามที่ต้องการนักเพราะไขมันที่จะอยู่รอดก็ในส่วนที่เลือดไปเลี้ยงเท่านั้น เซลล์ไหนที่มีเลือดไปเลี้ยงน้อยก็จะหายไปเองตามธรรมชาติ ซึ่งส่วนใหญ่การทำ Fat Grafting จึงมักจะทำซ้ำ 2 ครั้ง ถึงจะได้ผลที่ดีและอยู่ได้อย่างถาวร แถมยังไม่เสี่ยงต่ออาการแพ้เพราะไขมันที่ฉีดเข้าไปไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมนอกร่างกายนั้นเอง

งานนี้บอกเลยว่า สาวๆ ที่กำลังตามหาการศัลยกรรมที่ไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องพักฟื้นนาน ไม่มีรอยแผลเป็น แต่ได้ผลลัพธ์ที่หน้ามหัศจรรย์ ดูสวยใส่อย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าไม่มีรอยเหี่ยวย่น ก็ต้องไว้ใจ Fat Grafting เลยค่ะ ให้ความสวย ให้ความสวย ในแบบฉบับสาวยุคใหม่กับคุณได้

ศัลยกรรมดึงหน้า ตัวช่วยลดอายุผิว

เมื่ออายุเข้าสู่เลข 4 เป็นธรรมชาติที่ใบหน้าของคนเราจะหย่อนคล้อยตามกาลเวลา ร่องรอยเหี่ยวย่นก็มองเห็นชัดขึ้น ผิวหนังก็เสื่อมสภาพไป บางคนเป็นกันตั้งแต่อายุเข้าเลข 3 แต่บอกให้เลยว่าสิ่งเหล่านี้แก้ไขได้ด้วยการทำศัลยกรรม ซึ่งด้วยวิวัฒนาการที่ก้าวไกลในตอนนี้การจะทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อยหายไปจึงสามารถทำได้หลายวิธี แต่หนึ่งในวิธียอดฮิตและทำกันมานานก็คือการ ศัลยกรรมดึงหน้า
การดึงหน้า คือการยกกระชับใบหน้าและลำคอ เพื่อลดริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้าที่เกิดขึ้นจากอายุที่มากขึ้น โดยวิธีการนั้นแพทย์จะทำการผ่าตัดไขมันส่วนเกินที่อยู่ตามใต้ผิวหนักออก แล้วดึง ยก กระชับใบหน้าขึ้น ให้ผิวหนังของคนไข้ตึงขึ้น ซึ่งแบงออกเป็น 2 แบบคือ
1. ศัลยกรรมดึงหน้า บางส่วน อาทิ ดึงเฉพาะบริเวณแก้มที่ห้อย หรือดึงเฉพาะบริเวณหน้าผากที่มีรอยย่น
2. ศัลยกรรมดึงหน้า ทั้งหมด คือการดึงทั่วทั้งบริเวณใบหน้าเลย ไม่ว่าจะเป็น หน้าผาก แก้ม คิ้ว และลำคอ
ซึ่งการศัลยกรรมดึงหน้าจะสามารถทำควบคู่กับศัลยกรรมอื่นๆ ได้ อย่าง การทำตาสองชั้น การเสริมค้าง การตบแต่งจมูก การดูดไขมัน และหลังจากศัลยกรรมดึงหน้าแล้ว ส่วนใหญ่ผลของการทำจะช่วยให้ใบหน้าคนไข้ดูอ่อนเยาว์ลงกว่า 7 ปี และสามารถคงผลการรักษาหน้าตึงสวยอยู่ได้ประมาณ 5-10 ปีเลยทีเดียว ส่วนรอยแผลผ่าตัดส่วนใหญ่จะซ่อนอยู่หลังใบหูและเมื่อเวลาผ่านไปก็แทบจะมองไม่เห็น ทำให้ศัลยกรรมดึงหน้ากลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทั้งสาวๆ และ หนุ่ม วัยเลย 40 ไปแล้ว นิยมทำกันเป็นอย่างยิ่ง
แต่การศัลยกรรมดึงหน้าต้องทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ค่อนข้างสูง เพราะถือว่าเป็นการผ่าตัดที่ละเอียดหลายขั้นหลายตอน ดังนั้นหากอยากได้ผลลัพธ์อย่างใจต้องการ ก็ต้องเลือกสถานเสริมความงามและคุณหมอที่มีฝีฝือหน่อยนะจ๊ะ